Link เพื่อนบ้าน


บริษัท เคเบิลทีวี(จันทบุรี) จำกัด

บ้านลาด..บ้านเรา..





Hitstation.TV

  ข่าว  บทความ  แชท    ดาวน์โหลด   รูป  ฟังเพลง

อรุณสยาม โรงงาน กระเป๋า พรีเมี่ยม พลาสติก ของชำร่วย บรรจุภัณฑ์

kaengkrachanbansoun แก่งกระจาน ล่องแก่ง บ้านสวน ริเวอร์ รีสอร์ท




เคเบิ้ลกราฟฟิก ดีไซน์
อันดับเว็บ เคเบิ้ลเพชร
จังหวัดเพชรบุรี
ประชาสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี
มูลนิธิสว่างสรรเพชญฯ
อบต.บ้านหม้อ
โรงพยาบาลชะอำ
โรงพยาบาลเขาย้อย
เอเอสทีวี astv
รพ.ค่ายรามราชนิเวศน
สวท.เพชรบุรี
สรรพากร จ.เพชรบุร
กกต. จังหวัดเพชรบุรี
ตำรวจภูธร จว.เพชรบุรี
ททท.ภาคกลางเขต 2
เครดิตยูเนี่ยนเพชร
Pattaya Hotels
speedtest เอดีเอสแอล
ส่งเมลล์ ขนาดใหญ่
เอเอสทีวี astv
ตำรวจภูธรภาค7
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จส.100
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำนักข่าว ไอเอ็นเอ็น
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ราชบัณฑิตยสถาน
internet tv
ร้องเรียน ถึง ตำรวจภาค 7
โฮม เคเบิลทีว อุดรธานี
ชมรม ปลาหมอสีเพชรบุรี
เทศบาลเมืองเพชรบุรี

แลกลิงค์เมล์มาที่
webmaster

| หน้าแรก | Next |
    อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) เป็นโบราณสถานเก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ 3 ยอด ยอดที่สูงที่สุดสูง 95 เมตร แต่เดิมชาวบ้านเรียกภูเขานี้ว่า “ เขาสมน ” พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพอพระราชหฤทัยที่จะสร้างพระราชวังสำหรับเสด็จแปรพระราชฐานขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งในขณะนั้นเป็นพระสมุหกลาโหมเป็นแม่กองก่อสร้าง จนสำเร็จเรียบร้อยเมื่อปี พ.ศ. 2403 ทรงพระราชทานนามว่าพระนครคีรี แต่ชาวเมืองเพชรเรียกกันติดปากว่าเขาวัง สืบมาจนบัดนี้ พระนครคีรีมีพระที่นั่ง พระตำหนัก วัด และกลุ่มอาคารต่าง ๆ มากมาย ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบนิโอคลาสสิคผสมสถาปัตยกรรมจีน ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ๆ 3 ยอดด้วยกัน ดังนี้
    หาดเจ้าสำราญ



หาดเจ้าสำราญ เป็นชายหาดที่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากตั้งแต่สมัยโบราณ ตามประวัติเล่ากันว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยเสด็จมาที่นี่พร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงพอพระราชหฤทัยในความงามของหาดแห่งนี้มาก ทรงประทับแรมอยู่หลายวัน จนกระทั่งชาวบ้านเรียกหาดนี้ว่า หาดเจ้าสำราญ มาจนปัจจุบัน หาดเจ้าสำราญเจริญถึงขีดสุดในสมัยรัชกาลที่ 6 หาดเจ้าสำราญมีชื่อเสียงกว่าชายทะเลแห่งใด ๆ ในเมืองไทยสมัยนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักที่ประทับขึ้น ณ ริมหาดแห่งนี้เรียกว่า พระตำหนักหาดเจ้าสำราญ สำเร็จในปีพ.ศ. 2461 ต่อมารื้อไปสร้างใหม่ที่บริเวณอำเภอชะอำ เรียกชื่อว่า “ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ” บริเวณหาดมีที่พักและร้านอาหารบริการด้วย
        การเดินทาง อยู่ห่างจากตลาดเมืองเพชรบุรี 15 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3177 ผ่านสถาบันราชภัฏเพชรบุรีไปประมาณ 13 กิโลเมตร สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง สามารถนั่งรถสองแถวที่วิ่งระหว่างตัวเมือง-หาดเจ้าสำราญ รถจะจอดบริเวณข้างธนาคารกรุงไทย ถนนวัดท่อใกล้หอนาฬิกา มีบริการตั้งแต่เวลา 07.30-18.15 น.
   
ราชนิเวศน์ หรือ “ พระราชวังบ้านปืน ”


ราชนิเวศน์ หรือ “ พระราชวังบ้านปืน ” ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้สร้างด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชนิเวศน์สำหรับประทับแรมในฤดูฝน ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่จากราษฎร และให้จอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง สร้างแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ออกแบบโดยมิสเตอร์คาล เดอริง ชาวเยอรมัน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2452 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท และทรงเปลี่ยนเป็นพระรามราชนิเวศน์ ปี พ.ศ. 2461 ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนผู้กำกับลูกเสือ โรงเรียนฝึกหัดครูเกษตรกรรม โรงเรียนประชาบาลประจำตำบล

                                               
       พระรามราชนิเวศน์ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 – 16.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าชมเป็นหมู่คณะ และต้องการวิทยากรบรรยาย สามารถทำหนังสือถึงผู้บังคับการทหารบกจังหวัดเพชรบุรี ค่ายรามราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000 โทร. ( 032) 428506-10 ต่อ 259
 
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ
 

สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ

ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ ก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารหรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ

เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม มีทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง

พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ

เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน

น้ำตกทอทิพย์ อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ รถยนต์ที่ใช้ต้องมีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน

สำหรับเส้นทางดูนก – ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางตามโป่งดินกิโลเมตรที่ 10 –12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย

แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม. 15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง มีไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน มีผีเสื้อมากกว่า 150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และราวเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะพบนกได้หลายชนิดสร้างรังวางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ

บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ

น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็ก ๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ประมาณ 7 กิโลเมตร

น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็ก ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบ ๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น

ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าไปถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยมีลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง

ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยดูสวยงาม

เขาปะการัง เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่าราคาหลังละ 100 บาท/คืน ค่าธรรมเนียมในการใช้สถานที่กางเต็นท์ 30 บาท/คืน สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-7223, 579-5734 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. ( 032) 459293

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง จากนั้นวิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499 ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ และหากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

เขื่อนแก่งกระจาน เป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำเพชรบุรี สันเขื่อนยาว 760 เมตร กว้าง 8 เมตร สูง 58 เมตร ฐานตอนที่กว้างที่สุด 250 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2509 เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ

           การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี 53 กิโลเมตร และห่างจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 3 กิโลเมตร เดินทางตามเส้นทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
   

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดเกล้าฯให้สร้าง พระนครคีรี บนเขามหาสวรรค์ เพชรบุรี รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างพระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) ที่เพชรบุรี
รัชกาลที่ 6 ทรงสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เพชรบุรี

พระนครคีรี “ เขาวัง “ เขาวังเป็นภาษาที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากเนื่องจากภูเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งพระราชวังซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ( ช่วง บุญนาค ) เป็นแม่กองสร้างพระราชวังแห่งนี้เมื่อ พ . ศ .2401 และตั้งชื่อพระราชวังแห่งนี้ว่า “ พระนครคีรี “ รวมเนื้อที่ยอดเขาสามยอดสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญคือ ภูเขายอดกลาง เป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชรซึ่งเป็นองค์พระธาตุรูปฐานกลมองค์พระธาตุสูง 1 เส้นภายในฐานกลวงเป็นห้องกลมมีทางเข้าออกสี่ทางและมีช่องทางที่สามารถเดินขึ้นบนฐานทักษิณอีกสี่ช่องทางหนึ่งผู้ที่เคยเข้าเยี่ยมชมจะประทับใจในความอุตสาหะ ของการสร้างพระธาตุและตื่นตากับทัศนียภาพโดยรอบ ยอดเขาด้านตะวันออก เป็นที่ตั้งของวัดพระแก้วซึ่งมีพระแก้วผลึกเป็นพระประธานทรงให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดประจำพระราชวังทำนองเดียวกับวัดพระแก้วที่กรุงเทพ ฯ ต่อมาเมื่อสิ้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทางการได้นำพระแก้วผลึกกลับคืนไปกรุงเทพ ฯ โดยเปลี่ยนพระพุทธรูปหินอ่อนประดิษฐานเป็นพระประธานแทน

     นอกจากนี้ ตรงหน้าอุโบสถ์วัดพระแก้ว ยังมีพระปรางค์แดงซึ่งเป็นพระปรางค์โปร่ง ( ปกติพระ ปรางค์จะตันและทึบ ) ภายในมีแท่นสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป ชาวบ้านเรียกพระปรางค์นี้ว่า ” เจดีย์แดง “ ยอดเขาด้านตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังซึ่งมีพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มากมาย เช่น พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ประกอบด้วย ห้องโถงออกขุนนาง ห้องบรรทม ห้องแต่งพระองค์ ห้องเสวย ( ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี ) พระที่นั่งปราโมทย์มไหศวรรย์ ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าเทพศิรินทราบรมราชินี พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เป็นปราสาทสวยงามสูง 7 วา ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปปั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
       พระที่นั่งราชธรรมสภา เป็นพระที่นั่งชั้นเดียว …. ทรงใช้เป็นที่ประชุมสาธยายธรรม ตำหนักสันฐาคารสถาน ทรงใช้เป็นตำหนักสำหรับรับแขกเมือง ซึ่งสามารถพักแรมได้ หอพิมานเพชรมเหศวร ประกอบด้วยหอย่อยเล็ก 3 หอ ทรงใช้เป็นศาลาเทพารักษ์ ( ศาลพระภูมิเจ้าที่ ) หอหนึ่ง เป็นหอประโคมสังคีตหอหนึ่ง และอีกหอหนึ่งเป็นหอประดิษฐฐานพระพุทธรูป หอจตุเวทปริตพัจน์ เป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงสดับพระธรรมเทศนาในวันพระธรรมสวนะ       หอชัชวาลเวียงชัย ( ชาวบ้านเรียกว่า “ หอกระโจมแก้ว ” หรือ หอส่องกล้อง ) ชั้นบนเป็นระเบียงมีลูกกรงโดยรอบ หลังคาเป็นรูปโดมมุงด้วยกระจกโค้ง โปรดให้สร้างไว้โดยมีพระราชประสงค์จะทรงส่องกล้องทอดพระเนตรดวงดาวในตำราดาราศาสตร์ นอกจากนี้ยังมี อาคารสถานต่าง ๆ อีกมากมาย ที่เป็นสถานที่ในราชการพระราชวังในขณะนั้น เช่น โรงม้า โรงรถราชวัลภาคาร ศาลาลูกชุน ศาลาด่านหน้า ฯลฯ      
พระนครคีรี จัดเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างสูง และทางราชการได้ประกาศให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี รวมเนื้อที่ 8,500 ไร่ และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรีได้จัดงานพระนครคีรีเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองพระราชวังที่มีค่าทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2529 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ 16 โดยจะจัดขึ้นในวันศุกร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี รวม 10 วัน 10 คืน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตราธิราชไทย รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชม

การเยี่ยมชมพระนครคีรี
         ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีได้ทุกวัน โดยอาจจะเดินขึ้นทางด้านหน้า หรือ อาจจะใช้รถรางไฟฟ้า ซึ่งสะดวกและปลอดภัย โดยจ่ายค่าบริการขึ้น - ลง ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี โทร . 0 - 3240 - 1006 , 0 - 3242 - 5600
รถรางไฟฟ้า โทร .สำนักงานจังหวัดเพชรบุรี โทร . 0 - 3241 - 1771

พระราชวังรามราชนิเวศน์                

เป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สร้างขึ้นที่ บ้านปืน ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง เมื่อ พ.ศ. 2453 ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า " วังบ้านปืน" ชายอาคารให้ความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรม สิ่งตกแต่งภายในเป็นแบบยุโรป ปัจจุบันได้รับการบูรณะ จนเสร็จสมบูรณ์ งดงามมาก อยู่ในความดูแลและตั้งอยู่ในบริเวณจังหวัดทหารบกเพชรบุรี

วังพระรามราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ตำบลคลองกระแชง ชาวบ้านเรียกว่า “ วังบ้านปืน “ พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดประพาสเมืองเพชรบุรีมาก ในปี พ . ศ . 2452 ทรงโปรดให้สร้างวังที่ตำบลบ้านปืน สร้างเสร็จเมื่อ พ . ศ . 2461 ในรัชกาลที่ 6 เดิมพระราชทานนามว่า “ พระทีนั่งศรเพชรปราสาท ”  พอปลายปี พ . ศ . 2461 เสด็จ      มาประทับแรมและเปลี่ยนนามใหม่ว่า  ” พระรามราชนิเวศน์ “ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน : ( พระราชวังแห่งความรัก และความหวัง)
เป็นพระตำหนักไม้สักทองที่ประทับริมทะเลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่ 6) อยู่เลยหาดชะอำไปทางใต้ (หัวหิน) ประมาณ 9 กม. บนถนนเพชรเกษม ตั้งอยู่ในค่ายพระรามหก
สามารถเข้าชมได้ทุกวันในเวลาราชการ ไม่มีวันหยุด

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
--> บริเวณกิโลเมตรที่ ๒๑๖ มีทางแยกซ้ายมือเข้าไป 2 กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
--> ลักษณะของพระราชวังเป็นเรือนปั้นหยา สร้างด้วยไม้สักหลังคาทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ยกใต้ถุนโปร่ง มีสะพานเชื่อมโยงตลอดไปจนถึง
ชายหาด
>ความสวยงามอยู่ที่ระเบียง พระราชวังนี้เคยเป็นที่ประทับแปร

พระราชฐานของรัชกาลที่ ๖ ในฤดูร้อน พระตำหนักนี้ย้ายมาจาก หาดเจ้าสำราญพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นผู้เลือกสถานที่และอำนวยการก่อสร้าง เพื่อเป็นที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมและทรงพระสำราญในฤดูร้อน หลังจากได้ทอดพระเนตรแผนที่ตำบลบางควาย แขวงเมืองเพชรบุรีเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงมหาดไทย รับไปดำเนินการก่อสร้าง ต่อมามีประกาศพระบรมราชโองการเปลี่ยนนามตำบลบางควาย เป็นตำบลมฤคทายวัน เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๔๖๖

      การก่อสร้างพระราชนิเวศน์แห่งนี้ เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. ๒๔๖๖ แล้วเสร็จใน พ.ศ.๒๔๖๗ วัสดุก่อสร้างที่เป็นไม้ ส่วนใหญ่นำมาจากกรุงเทพฯ โดยทำตัวไม้เป็นชิ้น แล้วนำมาประกอบเวลาก่อสร้าง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ประกอบด้วยอาคาร ๑๖ หลัง แบ่งออกเป็น ๓ หมู่ใหญ่ มีชื่อคล้องจองกันคือ พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์

พระราชนิเวศน์มฤคทายวันมีอาณาเขตตามประกาศพระราชโองการฉบับวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๗ ดังนี้

ด้านเหนือ จากฝั่งทะเลยืนขึ้นไปถึงเขาเสวยกะปิ ยาว ๑๙๐ เส้น
ด้านใต้ จากฝั่งทะเลยืนขึ้นไปถึงเขาสามพระยา ยาว ๑๗๕ เส้น
ด้านตะวันออก ตามชายฝั่งทะเลตั้งแต่วัดบางควายไปจดบ่อเคียะ ยาว ๑๒๕ เส้น
ต้านตะวันตก จากเขาเสวยกะปิถึงเขาสามพระยา ยาว ๑๒๕ เส้น

                           

           พระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะเป็นที่ประทับพักผ่อน พระราชอิริยาบถและทรงพระสำราญในฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่เลี้ยงรับรองราชทูตจากต่างประเทศ รวมทั้งเป็นสถานที่บำเพ็ญพระราชกุศล จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเขตอภัยทานแก่สัตว์ทั้งหลาย

ปัจจุบันพระราชนิเวศน์มฤคทายวันอยู่ในความดูแลของกองบังคับการฝึกพิเศษกองบัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน ซึ่งเรียกว่า"ค่ายพระรามหก" เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการก่อสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
  | หน้าแรก | Next |
หจก. เพชรบุรีเคเบิ้ลทีวี เลขที่ 30/1 ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี โทร.0-3241-2372 แฟ็กซ์ต่อ 13 ( 24ชม.)
Copyright©2004 Cablephet.Com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.